การเทรดแบบประยุกต์

การเทรดแบบประยุกต์

     การเทรดแบบประยุกต์ก็คือ การนำสิ่งที่คุณรู้ทั้งหมดมาใช้ในการพิจารณา สิ่งเหล่านั้นมันต้องกลั่นออกมาจากการตกผลึกของ "ประสบการณ์" แน่นอนว่าผมก็ต้องมีการพัฒนาตัวเองเสมอระบบเทรดเราก็เช่นกันครับ มันจะพัฒนาตามความใฝ่รู้ ยิ่งคุณแสวงหาและรู้จักลองผิดลองถูกเมื่อไร คุณก็จะยิ่งได้ระบบที่ดีขึ้น
ผมลองมองย้อนกลับไป ผมเคยทั้งใช้ Bollinger Band , Moving Average ,Stochastics รวมไปถึงการตัดขึ้นตัดลงของการเกิด Golden cross หรือ Dead cross อันที่จริงแล้วผมก็ลองมาหมดและสูญเสียความม่นใจไปเยอะ ผมพยายามที่จะพัฒนาตัวเองเสมอ เพราะ ผมเชื่อว่าไม่มีอะไรจะต่อเงินได้ดีกว่าตัวมันเอง ! อาทิเช่น มือใหม่ส่วนใหญ่ชอบใช้ค่า Moving Average ในการพิจารณาจุดเข้าซื้อและขายโดยการตัดกันของเส้นแต่ลเส้น ตัดขึ้นก็ซื้อ (Golden Cross) ตัดลงก็ขาย (Dead Cross) มันง่ายไปไหมครับ ? ผมพยายามทำสถิติและ Back test เสมอ สิ่งที่ได้คือ 10 ครั้งชนะแค่ 3-4 แพ้ 7 นั่นแสดงถึงว่ามันใช้ได้ครับแต่มันก็ไม่ได้เสมอไป หากนักเทคนิคมีความเชื่อในสิ่งใดมากๆแน่นอนว่ามันย่อมส่งผลต่ออิทธิพลในสิ่งนั้น เช่น นักเทคนิคส่วนใหญ่เชื่อว่าเส้น 20 วัน แท่งราคาลงมาแล้วจะมีโอกาสรีบาวด์ แน่นอนครับหากคนส่วนใหญ่เชื่อแบบนั้นมันก็จะเด้งรีบาวด์ แต่ ! มันจะไม่เป็นแบบนั้นเสมอไป
สิ่งที่ผมพยายามจะบอกให้คุณเข้าใจก็คือ สิ่งใดที่วัดผลมาจากอดีตหรือใช้ราคาในอดีตมาเกี่ยวข้องมันย่อมมีความผิดพลาด มันเป็นการมอง look back มองย้อนกลับไป แม้แต่แนวรับแนวต้านมันก็มีโอกาสผิดพลาดหมดครับ มันไม่มีอะไร 100 % และผมก็ไม่เคนเจอระบบที่ 100 % แต่สิ่งที่แน่นอนที่ผมมั่นใจคือ อย่างน้อยๆระบบมีการลงทุนด้วยการมี Money Management ที่ดี อย่างน้อยๆผมจะได้กำไรปีละ 10-15 % ผมไม่ต้องการว่าจะถูก 100 ครั้งเลยไหม ผมสนใจแค่ว่าใน 100 ครั้งที่เราเทรดนั้น เราตัดขาดทุนด้วยวินัยได้น้อยแค่ไหน และตัวที่กำไรเรารู้จัก Run profits มันไปได้มากเท่าไร ผมสนใจแค่นี้ครับ ในช่วงตลาดขาขึ้นหากใครยังติดลบคุณต้องพิจารณาว่าเราพลาดเพราะอะไร ตั้งแต่ต้นปีมาตลาด Bullish ถึงไม่มากแต่ก็ไม่เคยพักตัวแรงๆเลย แล้วทำไมคุณยังไม่ได้กำไร ปีนี้ผมทำผลงานได้ดี อันที่จริงได้กำไรปีละ 20-30 % ผมว่ามันก็หรูแล้วครับ แต่เนื่องด้วยหากเราเทรดในสิ่งที่มี catalyst มาเกี่ยวข้องและมีปัจจัยทางเทคนิคมาสนับสนุน คุณย่อมทำกำไรได้ยอดเยี่ยม
ในการเทรดที่ผ่านมาในชีวิตผมเคยขาดทุนมากสุดที่ 15 % อันที่จริงปกติหากขาดทุนมากกว่านี้ผมจะตัดไปแล้วแต่ปัญหาคือ ผมไม่มีวินัย หากตลาดมัน Bearish ไม่มากคุณอาจจะกลับมาได้และอาจจะได้กำไรด้วย แต่หากตอนนั้นตลาด Bearish มากๆลงหนักๆละครับ ? คุณรับมันได้ไหม การเทรดกับ การลงทุนระยะยาวมันต่างกัน นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ผมต้องแยกพอร์ตในการลงทุนและเทรดให้อยุ่คนละพอร์ต นโยบายคือสิ่งแรกที่เราต้องรู้จักกำหนดไว้ว่าเราเปิดพอร์ตนี้เพื่ออะไร Money Management ของผมก็เช่นกันมันต้องมีครับ เราต้องรู้ว่าเรารับความเสี่ยงได้มากแค่ไหน ไม่ใช่จะซื้อหุ้นสักตัวเอาแต่มองว่าจะได้กำไรเท่านั้นเท่านี้ ผมไม่ใส่ใจเลยว่าผมจะได้มันกี่ % คุณต้องปรับตัวเองใหม่มองโอกาสของการขาดทุนให้มากและหาวิธีลดมัน คุณขจัดความเสี่ยงไม่ได้และผมก็ทำไม่ได้ ผมทำได้เพียงแค่ลดมันให้น้อยลง นั่นแหละครับก็คือการ Money Management ที่ดี Money Management สำหรับผมคือ เอาทุกสิ่งที่เราเคยทำผิดพลาด มาแก้ไขแล้วทำให้ตรงกันข้ามกับมัน เรียนรู้จากความล้มเหลว
ผมนำกราฟมาให้ดูกันทั้งหมดคือสิ่งที่ผม นำมาประยุกต์ใช้ทั้งเรื่อง Dow theory , การ Divergence , reversal pattern , Multi Timeframe , Fibonacci Projections , Elliott wave และการพิจารณา Volume ฯลฯ การเทรดของแต่ละคนจะไม่เหมือนกันครับ ทุกคนๆจะนำสิ่งที่ตนเองเรียนรู้มาทั้งจากตนเองและจากผู้อื่นเพื่อมาประยุกต์ใช้ ผมจะเน้นย้ำพี่ๆและคนรู้จักเสมอว่า "คุณไม่จำเป็นต้องเทรดแบบผมเลย หากคุณไม่เข้าใจระบบของผม สิ่งเหล่านี้มันกลั่นออกมาจากนิสัย ทัศนคติของผม" ดังนั้นทุกๆคนต้องรู้จักเรียนรู้ให้มากครับและนำความรู้ที่คุณมีนั้นมาประยุกต์ให้เข้ากับตัวเอง ให้เป็นตัวคุณเองมากที่สุด หากคุณไม่เข้าใจตัวเองแล้วคุณจะไปเทรดหุ้นหรือเทรด Future ได้อย่างไร ?
ทุกๆรูปแบบของการลงทุน จะสั้นจะกลาง หรือระยะยาว มันไม่มีสิ่งใดผิดถูก ดีหรือห่วยหรอกครับ ทุกๆอย่างมันขึ้นอยู่กับคุณว่าคุณนำสิ่งนั้นมาใช้ได้ดีแค่ไหน? คุณเข้าใจหลักการมันหรือยังและจริตคุณนั้นมันเหมาะสมเข้ากับลักษณะการลงทุนการเทรดแบบนั้นไหม ตรงนั้นแหละครับที่สำคัญ ผมเชื่อมั่นว่าทุกๆวิธีการมันดีหมดครับ แต่มันขึ้นอยู่กับคุณว่าทำได้ดีแค่ไหน....

เครดิต
Niik Agapol Chamnanpanich‎
(ห้องคุยนักลงทุน)

ถ้าคุณรู้จักใช้เงินให้เป็นนะ คุณแทบไม่ต้องใช้แรงกายเลยในการหาเงิน

     ถ้าคุณรู้จักใช้เงินให้เป็นนะ คุณแทบไม่ต้องใช้แรงกายเลยในการหาเงิน สิ่งที่สำคัญคือ คุณรู้จักวิธีหาเงินหรือยัง หรือหากยังไม่ได้คิดรอคุณทำงานไปก่อน ผมว่ามันช้าเกินไป ผมคงไม่ค่อยประทับใจตัวเองเท่าไรถ้าหากผมอายุ 50 แล้วยังต้องตืนเช้าไปทำงาน มากกว่ากำลังแช่ออนเซนแล้วจิบไวท์ แรงผลักดันที่สำคัญคือ ผมมีเป้าหมายที่ชัดเจน ผมคิดว่าผมทำได้หมดทุกสิ่งถ้าผมอยากจะทำ ผมไม่เคยดูถูกความสามารถตัวเอง หลายคนนั่งทำงานมาทั้งชีวิตพึ่งได้เงินเก็บ 1 ล้าน แต่ลองมาคิดกลับกันเมื่อผมรู้จักพัฒนาตัวเองผมใช้เวลาเทรดไม่ถึง 2 ชั่วโมงผมทำเงินได้ 5 แสนบาท มันคุ้มค่ากับการที่ผมพยายามเรียนรู้จริงๆ และมันคุ้มค่ากับเวลาเที่ยวเล่นที่ผมทิ้งไปแล้ว... ช่วงอายุ 20-30 มันเป็นช่วงอายุของการค้นหาตัวตน และพัฒนาตัวเอง ไม่ใช่เอาแต่เที่ยวเล่นเฮฮาไปวันๆ Action = Reaction คุณทำแบบใดในตอนนี้อีก 10 ปีต่อจากนี้คุณก็จะได้สิ่งนั้น มันคุ้มค่าไหมคุณก็ลองคิดกันเอาเอง สำหรับผมมัน โครตคุ้มค่า !

เครดิต
Niik Agapol Chamnanpanich‎
(ห้องคุยนักลงทุน)

ย่อก่อน เพื่อสร้างฐาน

ย่อก่อน เพื่อสร้างฐาน


     index มองแนวต้าน 1586 แนวรับ 1573/1571 จะเห็นได้ว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา index เริ่มแกว่งในกรอบ (+/- 10 จุด) โดยประมาณ แสดงถึงความอ่อนแอของตัวดัชนี อันที่จริงตามการวิเคราะห์ของผมในก่อนหน้านี้ก็มองตลาดควรจะพักตัวก่อนซึ่งเป็นสิ่งที่ดี เพราะตลาดพยายามฝืนมากเกินไป ซึ่งดูได้จากการไม่ยกตัวของ Leading indicator อย่าง RSI ซึ่งเกิด Bearish Divergenceที่ขัดแย้งกับ Trend ราคาไปก่อนแล้ว ซึ่งลักษณะแบบนี้จะเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าตลาดถึงแม้จะสามารถ Break 1600 ไปได้แต่ก็ยังมีโอกาสที่จะวกกลับลงมาเนื่องจากการอ่อนแรงของแรงซื้อ (ฺBull Trap) ตลาดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาก็เป็นสัญญาณเตือนรูปแบบหนึ่งโดยปกตินักเทคนิคมักจะเรียกว่าการปรับฐานโดยออกข้าง และสิ่งที่น่าสนใจคือแท่งราคาทำรูปแบบ Reversal อย่างต่อเนื่องจนมาสรุปให้เราได้เห็นวันนี้ว่าเกิดการพักตัวของแนวโน้มระยะสั้น แต่สิ่งที่นักเทคนิคส่วนใหญ่ไม่ค่อยพูดต่อนั่นก็คือ "ควรระวังวันที่ตลาดเปิดกระโดดใน TF ย่อย " (TF ย่อย = กราฟระดับ 15 นาที)

ปกติผมมักจะไม่ค่อยได้ยินนักวิเคราะห์ทางเทคนิคพูดเรื่องนี้สักเท่าไร วันนี้ในช่วงตลาดเช้าผมก็นั่งดูตลาดกับเพื่อน เพื่อนผมเอากราฟมาให้ผมดูว่าตลาดเปิดแบบนี้จะเป็นยังไง สิ่งเดียวที่ผมคิดได้คือ "ตลาดเปิด high กระโดดใน TF ย่อย แล้วหากลงมาปิดได้ก็ชิ่งตัวใครตัวมัน" แน่นอนว่าหากเกิดการปรับตัวลงมาปิด gap ได้สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ จะเกิดรูปแบบการปรับตัวลงในจังหวะแรกที่ 1593 (ลองวัดดูได้ครับ ในที่นี้ผมใช้กราฟ 15 นาที วัดจากจุดที่เกิด gap บริเวณ 1598 โดดขึ้นไปทำ high ที่ 1603 โดยประมาณก็ 5 จุด หากปิด gap ได้ก็ลงมาอีก 5 จุด ก็แถวๆ 1593 ) บริเวณ 1593 เมื่อราคาลงมาแล้วเกิดการรีบาวด์ขึ้นไปอีกครั้ง และไม่เกิดการทำ high ใหม่แบบนี้ตรงนี้คือ สิ่งยืนยันว่าตลาดจะเริ่มกลับหัวลงและมีน้ำหนักที่จะมีโอกาสหลุด 1593

โดยสรุปแล้ว ผมยังไม่ได้มองตลาดแลวร้ายอันใด index ลงมาจะมีจังหวะรีบาวด์ให้อีกรอบโดยมองกรอบ 1600-1560 วางกลยุทธ์ไว้ครับโดยมองหุ้นในมือรายๆตัวไปว่าเริ่มมีรูปแบบและสัญญาณเลวร้ายหรือยัง แต่สิ่งหนึ่งที่ย้ำเตือนเราให้ได้คิดก็คือ เมื่อมีโอกาสทำกำไรจงทำ ! ในที่นี้ผมก็ยังคงถือหุ้นบางตัวไว้อยู่ไม่ได้ขายหมดแต่อย่างใด การอ่อนตัวของตลาดก็เป็นไปตามกลไกของจิตวิทยาราคา เมื่อหมดแรงซื้อก็มีแรงขาย การขยับจุด stop loss ก็เป็นสิ่งที่ควรจะทำเสมอเวลาเราทำการ let's profit run ของราคาครับ


เครดิต
Niik Agapol Chamnanpanich‎
(ห้องคุยนักลงทุน)

"HOW TO MAKE MONEY IN STOCKS"

"HOW TO MAKE MONEY IN STOCKS"
นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่เคยผ่านด่านแรกได้เลยเพราะพวกเขาไม่ใช้หลักเกณฑ์ที่ดีในการคัดสรรหุ้น พวกเขาไม่รู้ว่าอะไรที่ควรต้องมองหาเพื่อที่จะได้พบกับหุ้นที่ประสบความสำเร็จ ดังนั้นพวกเขาจึงซื้อแต่หุ้นปลายแถวประเภท"ไม่มีอะไรควรค่าที่จะเอ่ยถึง" ซึ่งจะทำผลงานในตลาดได้ไม่ดีและไม่ใช่ผู้นำตลาดอย่างแท้จริง นิสัยการลงทุนของคนส่วนใหญ่ที่แย่ไปกว่าการซื้อหุ้นที่ไม่มีค่าควรเอ่ยถึงอีกก็คือ การขยันถัวขาลง หากคุณซื้อหุ้นที่ 40 บาท ต่อมาคุณไปถัวขาลงซื้อเพิ่มที่ 30 บาท คุณจะได้ต้นทุนเฉลี่ยที่ 35 คุณกำลังจะทำให้การขาดทุนของคุณมันยิ่งแย่ลงไปอีก ด้วยการเอาแต่ใส่เงินที่ดีไปตามหลังเงินที่แย่ กลยุทธ์แบบมือสมัครเล่นแบบนี้จะส่งผลกระทบให้คุณมีโอกาสขาดทุนอย่างหนัก และไม่นานมันจะลดระดับคุณไปสู่กลุ่มพวกผู้แพ้อย่างยับเยิน
นักเก็งกำไรมือใหม่เกือบทุกคนมองตลาดหุ้นว่าง่าย บางคนมีอีโก้หน่อยก็คิดว่าตัวเองแน่ เชื่อเถอว่าถึงแม้คุณจะสำเร็จในหน้าที่การงานบางครั้งหากคุณผันตัวเดินเข้ามาในตลาดหุ้นจากที่คุณเป็นผู้ชนะมาตลอดคุณอาจจะเป็นผู้แพ้อย่างยับเยิน นักเก็งกำไรมือใหม่ต้องการที่จะทำกำไรมหาศาลจากการเทรดแบบง่ายๆ พวกเขาต้องการมากเกินไป เร็วเกินไป โดยไม่ได้มีศึกษาและการเตรียมตัวมาก่อนเลย ไม่มีแม้ปรัชญา ไม่มีแม้แต่แนวทาง พวกเขากำลังมองหาวิธีที่ง่าย ที่จะทำเงินก้อนโตโดยไม่ลงทุนเวลาและความพยายามอย่างแท้จริงเพื่อที่จะเรียนรู้ในสิ่งที่พวกเขากำลังจะทำ...
ที่สำคัญคือ นักลงทุนส่วนมากไม่สามารถที่จะหาข้อมูลและคำแนะนำที่ดีได้ หลายๆคนเมื่อพวกเขาได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องมา ก็มักจะไม่ตระหนักหรือทำตามสิ่งที่ได้รับ เพื่อนๆทั่วไป โบรกเกอร์ หรือผู้ให้คำแนะนำด้านการลงทุนสามารถที่จะเป็นแหล่งของคำแนะนำที่จะทำให้คุณขาดทุนได้ มันมักจะมีส่วนน้อยมากๆของเพื่อนของคุณ โบรกเกอร์ หรือแม้แต่ผู้ให้คำปรึกษาทางการลงทุนที่ประสบความสำเร็จจากการเทรดในตลาด อย่ามั่นใจและให้ความสำคัญกับบุคคลเหล่านี้มากเกินไป บางทีเขาก็อาจจะไม่ได้ก่งกว่าคุณเลยด้วยซ้ำไป นักลงทุนที่ยังขาดทักษะมักจะดึงดันถือสถานะขาดทุนของพวกเขาเอาไว้ ในช่วงที่การขาดทุนยังไม่มากและยังพอรับไหวอยู่ พวกเขาสามารถที่จะออกมาได้โดยที่อาจจะขาดทุนไม่มากนัก แต่ด้วยความที่มีอารมณ์อยู่เหนือเหตุผลพวกเขาจะเฝ้ารอและเอาแต่คาดหวังว่าราคามันจะกลับขึ้นมาอีกครั้ง เฝ้ารอไปจนกระทั่งพวกเขาขาดทุนมากขึ้นๆเรื่อยๆ และเมื่อพวกเขารู้ตัวว่าต้องหนีออกมาเสียที่พวกเขาก็พึ่งจะรู้ตัวว่าพวกเขาจ่ายแพงไปเสียแล้ว

เครดิต
Niik Agapol Chamnanpanich‎
(ห้องคุยนักลงทุน)

แนวโน้มดัชนี SET INDEX 2/12/57

แนวโน้มดัชนี SET INDEX 2/12/57 



ตลาดยังคงแกว่งตัวในกรอบแนวต้าน Dow theory ที่ 1602/1600 แนวรับที่ 1585/1580 ภาพตลาดยังคงแกว่งในในแนวโน้ม side way หลังจากโดนกลุ่มพลังงานกดดัน index ลงมาแต่ก็บวกลบไม่มากนักเพราะ ยังคงมีหุ้นบางกลุ่มที่เข้ามาทำหน้าที่ดูแล index แทนหลังจากกลุ่มพลังงานปรับตัวลดลงไป เช่น ค่าปลีก บันเทิง และธนาคาร ดังนั้นแนวโน้ม index ก็ยังคงมีแนวโน้มที่แกว่งตัวในระยะสั้น ขึ้นไม่มากลงไม่มากครับ กลยุทธ์ในการลงทุนผมยังคงถือหุ้นบลูชิบขนาดใหญ่ไว้หลายตัวทั้ง SCC SCB BBL PTTGC KBANK ซึ่งโดยส่วนตัวผมยังคงมองเป็นลักษณะของการ run profit's trend หุ้นที่ผมให้ความสนใจถัดมาคือ กลุ่มสายการบินทั้ง NOK AAV BA THAI AOT ซึ่งมองในแง่ของการ trading โดยมอง NOK AAV เป็นลักษณะของการหาจังหวะเก็บสะสมโดยมอง NOK แนวต้าน 13.6 แนวรับ 12.6/11.7 AAV แนวต้าน 4.8 แนวรับ 4.5 BA แนวต้าน 22.4 แนวรับ 21.5 ซึ่งได้ประโยชน์จากการปรับตัวลงของน้ำมันครับ

กลุ่มพลังงานอย่าง PTT PTTEP PTTGC ก็เริ่มยืนสร้างฐานได้มองเป็นจังหวะ trading ที่น่าสนใจครับ โดยกลยุทธ์โดยส่วนตัวของผมหลังจากขาย PTT ไปในวันที่ 26 ก็มองรอบใหม่ของ PTT บริเวณ 360 ครับ เป็นจุดที่น่าสนใจ PTTEP ใครที่ถามผมเข้ามาผมก็แนะนำ 135-130 เป็นจังหวะที่น่าสนใจที่จะเทรดในจังหวะรีบาวด์ ซึ่งแน่นอนว่าขึ้นไปแล้วบริเวณ 135-140 อาจจะมีย่อตัวอีกครั้งครับ ส่วน PTTGC ผมก็ถือมาตลอดตั้งแต่ 58-60 ก็ยังคงมองเป็นการสะสมและ Run profit's ไปเรื่อยๆครับ หุ้นปริโตรที่น่าสนใจก็มี IVL ที่ทำรูปแบบ ยกตัวได้โดยมองแนวต้าน 24 แนวรับ 22.3 หุ้นที่ทำรูปแบบตามระบบเทรดผมก็มีหลายตัวแต่ที่น่าสนใจก็คือ BA ซึ่งผมก็สะสมบริเวณ 19.9-19.8 มาเรื่อยๆ และ JMART ที่ถือว่าทำผมงานได้ดีครับ ที่ผมถือมาตั้งแต่ 10.6 ครับ

การทำกำไรนั้นมันก็ไม่ยากครับหากคุณเข้าใจในตลาดหากใครที่บอกคุณว่าไม่ต้องไปสนใจตัวดัชนีหรอก ผมนั้นมีความเห็นขัดแย้งโดยสิ้นเชิง ผมมักพูดเสมอว่าการเทรดที่ดีคือคุณต้องรู้ว่าตลาดจะทำอะไร แล้วค่อยมาวางกลยุทธ์ในหุ้นรายตัว "หากจะไปล่าเสือแต่ไม่รู้สภาพป่ามันก็เหมือนคนงี่เง่าที่เดินไปเป็นอาหารให้เสือกิน จากผุ้ล่าจะกลายเป็นโดนล่าแทน"


เครดิต
Niik Agapol Chamnanpanich‎
(ห้องคุยนักลงทุน)

คนส่วนใหญ่ คนส่วนน้อย

คนส่วนใหญ่ คนส่วนน้อย
ทุกๆอย่างในย่อมมีแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม มีหยินก็มีหยาง มีดำก็มีขาว มีสำเร็จก็มีล้มเหลว ทุกๆสิ่งอย่างย่อมมีความแตกต่างกัน เช่นเดียวกับการลงทุนย่อมมีผู้ที่เห็นโอกาสก่อน และย่อมมีผู้เห็นโอกาสทีหลัง ลักษณะเหมือนการต่อคิวซื้อของ นักลงทุนส่วนใหญ่ในตลาดหุ้นชอบเทรดในจังหวะที่หุ้นเกิดการ Break out ไปแล้วหรือไม่ก็จังหวะที่หุ้นกำลังขึ้น เป็นลักษณะของการเทรดแบบ Trend Follow ซึ่งเดี๋ยวนี้บางทีก็ใช้ไม่ได้ แต่หากเป็นเหมือนสักช่วง 10-20 ปีแล้ววิธีการนี้ก็ถือว่าได้ผลดีทีเดียว ในช่วงที่ราคาเริ่มปรับตัวสูงขึ้นนักลงทุนในตลาดโดยส่วนใหญ่ชอบเข้าไปเทรดตามอารมณ์พยายามจะหา Catalyst ที่มากระตุ้นราคาหุ้น บางคนก็หนักหน่อยเห็นหุ้นขึ้นซื้อเลยมี catalyst อะไรไว้ค่อยหาทีหลัง แบบนี้ก็มีเยอะแยะทั้งๆที่ยิ่งคุณไปไล่ราคามากเท่าไรก็เหมือนคุณไปต่อแถวซื้อหุ้นได้ของแพงกว่าคนอื่นๆเขา ผมชอบจังหวะของการปรับตัวลงในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมทยอยเก็บหุ้นที่ผมให้ความสนใจไปหลายตัว มันดีตรงที่ว่าเราไม่จำเป็นต้องไปไล่ซื้อหุ้นที่วิ่งขึ้นไปแล้ว แต่เราแค่ตั้งราคาที่เราพอใจแล้วนั่งรอ ในช่วงที่คนส่วนใหญ่เอาแต่ขายกัน ก็ย่อมจะมีคนบางกลุ่มที่เริ่มสะสมของแน่นอนว่าการสะสมของมันก็ต้องใช้เวลา ยิ่งราคาหุ้นไหนที่ปรับตัวลงมาแล้วเริ่มยืนได้ Vol. เริ่มหายแบบนี้ก็ยิ่งสวย และยิ่งลงมาแล้วไม่มีข่าวด้วยก็จะยิ่งดีครับเพราะมันจะทำให้ราคาเริ่มนิ่งได้ไวขึ้นไม่ผันผวน โดยส่วนใหญ่ผมชอบเทรดหุ้นที่ปรับตัวลงมาแล้วไม่มีอิทธิพลของข่าวมาเกี่ยวข้อง หากราคาหุ้นลงมาสักพักแล้วเด้วรีบาวด์ขึ้นไป หากคุณซื้อไม่ทันก็ไม่ต้องไปใส่ใจครับ ไม่ต้องรีบเดี๋ยวราคาก็จะลงมาให้คุณซื้ออีกรอบ ซึ่งเป็นลักษณะของ Dow theory ตลาดจะเคลื่อนไหวไปตามแรงปรารถนาของจิตวิทยาราคา ดังนั้นตลาดหุ้นจะผ่านไปกี่สิบปี ลักษณะกราฟก็จะยังคล้ายๆเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง หากตลาดหุ้นยังเป็นสิ่งที่มีมนุษย์มาเกี่ยวข้องยังไงอารมณ์ของ Mr.market ก็จะเหมือนเดิมครับ
มีหลายทฤษฎีตามที่เราอาจจะได้เคยร่ำเรียนมาตามตำราของนักเทคนิคคอลที่ผมมีความเห็นว่าไม่มีความจำเป็น เมื่อไรที่คุณเริ่มมีประสบการณ์คุณจะเข้าใจว่า ทฤษฎีหรือเครื่องมือบางอย่างก็ไม่ได้สำคัญเลย อันที่จริงผมก็ใช้เครื่องมือเหล่านั้นมานานพอสมควรกว่าจะรู้ตัวได้ แต่สุดท้ายแล้วผมก็มาเข้าใจว่ามันไม่มีความสำคัญอันใดเลย ในช่วงเวลาที่คุณเริ่มเทรดใหม่ๆ คุณจะมีความกังวลกลัวขาดทุนและมีความเชื่อผิดๆว่ามียิ่งมีเครื่องมือมากเท่าไรก็ยิ่งดีจะได้ช่วยในการพิจารณาและวิเคราะห์ แท้จริงแล้วผมกลับคิดในอีกแง่นึงนั่นคือมีน้อยเท่าไรก็ยิ่งดี หรือบางทีมีแค่กราฟราคากับ Vol. ก็พอแล้ว คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเครื่องมือนั้นๆสร้างมาเพื่ออะไร ใช้กันสะเปะสะปะกันไปหมด รู้เพียงเส้นนั้นตัดขึ้นเส้นนั้นตัดลงถ้ามันง่ายขนาดนั้นคนส่วนใหญ่ก็คงรวยไปหมดแล้วครับ ผมเห็นคนมาหลายประเภทน่าแปลกที่เริ่มต้นเข้ามาในตลาดพวกเขาเหล่านั้นมักจะทำกำไรได้ดีใช้ได้ แต่พอนานๆไปความแน่นอนของการทำกำไรก็ยิ่งลดลง ตลาดหุ้นคนที่เรียกว่าสำเร็จได้ต้องเป็นคนที่รู้จักการรักษาเงินต้นและสามารถทำผลกำไรในระยะยาวได้สม่ำเสมอครับ สิ่งที่ผมมีความเห็นว่าใช้งานได้ดีก็คือ เส้นค่าเฉลี่ย 5 วันกับ 200 วัน ส่วน RSI ผมไม่ได้ใช้ในการมีดูว่า Over bought หรือ Over sold ผมแค่เอามาจับ Momentum ของราคาเพื่อสังเกตการขัดแย้ง ซึ่งหากเมื่อไรที่ราคาเกิดการขัดแย้งกับ indicator และราคาลงมาบริเวณแนวรับ ในจังหวะนั้นจะเกิดการรีบาวด์แต่หากราคาหุ้นยังเหลือ Downside risk อยู่ ก็อาจจะมีโอกาสย่อลงมาอีกรอบครับ โดยปกติเมื่อผมทำตามลำดับขั้นตอนข้างต้นมาแล้วเมื่อหุ้นรีบาวด์ขึ้นครั้งแรกผมจะขายก่อนเสมอ และจะรอซื้ออีกทีตอนราคาปรับตัวลงมาแล้วยก low ได้ หรือลงมาแล้ว Vol. เริ่มบางๆลงแบบนี้ยิ่งสวยครับ
สิ่งที่สำคัญก็เหมือนที่ผมเคยกล่าวเน้นย้ำเสมอนั้นคือ ปรัชญาการลงทุน และแนวทางการลงทุน ซึ่งมันเป็นสิ่งที่สำคัญมากลงทุนให้ถูกจริต เมื่อสับสนว่าตลาดจะทำอะไรให้รอ คุณไม่ต้องไปกลัวซื้อไม่ทันหรอกครับ ในตลาดหุ้นมีหุ้นมากมายมีหุ้นหลายลักษณะหากคุณซื้อบางตัวไม่ทัน คุณก็ซื้อตัวอื่นแทนครับ อย่าพยายามไปเจาะจงหรือใช้ความรู้สึกกับหุ้นบางตัวมากเกินไป เพราะมันจะทำให้คุณเกิดความลำเอียงในการเทรด และสุดท้ายก็ส่งผลให้คุณยึดติดแต่หุ้นตัวเดิมๆ โดยปกติผมก็จะมีหุ้นสำรองใน watch list เสมอหากผมซื้อหุ้นตัวไหนไม่ทันผมก็ไม่ใส่ใจ การเทรดที่ดีคือการเทรดแบบลดความเสี่ยงให้มากที่สุด เข้าใจตลาด และมีวินัยในตนเองครับ...

เครดิต
Niik Agapol Chamnanpanich‎
(ห้องคุยนักลงทุน)

Set index มองแนวต้าน 1591-1587 /1580 แนวรับ 1567/1557



     Set index มองแนวต้าน 1591-1587 /1580 แนวรับ 1567/1557 หลุดกรอบนี้ได้มองลงไป 1520 ดัชนียังคงแกว่งในกรอบ 1557-1591 และมีแนวรับ Trend บริเวณ 1567 หากหลุดได้จะลงมาทดสอบแนวรับที่ 1557 ครับ แนวโน้ม index ยังคงเป็นการพักฐานเหมือนดังที่เคยกล่าวมาแล้วก่อนหน้านี้ครับและยังคงแกว่งตัวในแนวโน้มของกรอบ Trend ขาลงระดับคลื่น Minor trend ครับ มอง index หากหลุด trend ได้จะมีแนวรับสำคัญที่ 1557-1560 บริเวณนี้ไม่ควรหลุดครับ กรณียืนเหนือ 1557-1560 ได้ index จะมีแนวโน้มกลับขึ้นไปทำ high เหนือ 1591 ได้ครับ

     การผันผวนของ index เป็นการกดหุ้นชุด A ขนาดใหญ่ๆลงมาเนื่องด้วย sentiment ของตลาดที่ยังคงอ่อนแอ index จึงยังคงแกว่งในกรอบ ทั้งนี้ก็ยังเป็นการปรับตัวลงตามเทคนิคของลักษณะของคลื่น เอลเลียตเวฟซึ่งสิ่งที่ต้องติดตามคือ หากตัวดัชนีปรับลงมาแล้วไม่หลุด 1557 ได้แบบนี้จะถือว่าเกิดคลื่นFail signal ของกรอบการลง ซึ่งก็มีนัยยะที่น่าสนใจคือ index มีโอกาสที่จะกลับขึ้นไปทำ high เหนือ 1591 หรืออย่างน้อยๆก็ขึ้นไปทดสอบกรอบแนวต้านอันแข็งแกร่งนี้อีกสักครั้งครับ ในระยะสั้น index ยังคงปรับฐานแกว่งในกรอบ แต่ใน trend ระยะยาว index ก็ยังคงเป็นขาขึ้นที่กำลังพักตัวตามลักษณะ Major trend ที่ขึ้นมาตั้งแต่ 1205-1600 ครับ


เครดิต
Niik Agapol Chamnanpanich‎
(ห้องคุยนักลงทุน)

การเทรดแบบ "TOP - DOWN

ปกติลักษณะการเทรดของผมจะเป็นการเทรดหุ้นที่ปรับตัวลงมาซึ่งผมเรียกว่า การเทรดแบบ "TOP - DOWN" สาเหตุที่ผมชอบการเทรดรูปแบบนี้ แท้จริงแล้วผมไม่ได้หวังกำไรมากมายมหาศาลจากการเทรดหุ้นที่ย่อตัวหรือต้องการซื้อบริเวณราคาต่ำสุดๆ แต่เพราะผมต้องการลดความเสี่ยงโดยการเข้าไปเทรดหุ้นที่ปรับตัวลงมาสักระยะหนึ่งแล้วและใช้ลักษณะของ pattern และแท่งราคาในการยืนยันแนวโน้ม ผมไม่สนใจ Over bought หรือ over sold เพราะก่อนจะเกิดอะไรขึ้นแท่งราคาก็ย่อมแสดงตัวตนก่อนเสมอ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ แท่งราคาและ Volume ทุกๆอย่างบอกเราหมดแล้วจาก 2 สิ่งนี้ แต่ผมได้เพิ่มลักษณะการเทรดโดยใช้ RSI เข้ามาเกี่ยวข้องเพื่อวัด Momentum ของราคา มิได้ใช้เพื่อดูซื้อมากหรือน้อย ผมนำ RSI มาใช้เพื่อจับการ Divergence การขัดแย้งของราคา และนำมาตีแนวรับแนวต้านและ Trend line เพื่อดูกรอบราคาและเทรนด์ของ RSI ดังนั้นสิ่งสำคัญในการเทรดของผมคือ แท่งราคา , Volume, การ Divergence , Pattern , reversal และที่ขาดไม่ได้เลยคือ แนวรับ แนวต้าน Trend line ครับ
แนวรับและแนวต้านก็มีอีกหลายลักษณะทั้ง แนวต้านแนวรับระดับ Major แนวต้านแนวรับระดับ Minor ซึ่งก็จะเป็นตัวบ่งบอกความแข็งแรงของแนวต้านและแนวรับ การดู Major หรือ Minor นั้นก็ใช้วิธีการตามทฤษฎี Dow Theory ในบางครั้งผมอาจจะใช้ทฤษฎีเอลเลียตเวฟ เพื่อพิจารณาแนวโน้มซึ่งส่วนใหญ่ผมจะใช้กับหุ้นที่มีสภาพคล่องมากๆ และกับดัชนี Set index อันที่จริงแล้วผมไม่ได้เชียญชาญเอลเลียตสักเท่าไร รู้ไว้เพียงเพื่อศึกษาและพิจารณาประกอบ "เครื่องมือที่เป็นลักษณะของการคาดการณ์ มักจะแฝงความคาดเคลื่อนตามมาด้วยเสมอ" ผมคิดง่าระบบที่ดีในการเทรดคือระบบที่ง่าย และไม่ซับซ้อน เอลเลียตคือทฤษฎีที่แตกมาจาก Dow theory อันที่จริงโดยจากประสบการณ์ส่วนตัว ผมมีความคิดเห็นว่าบางทีก็ไม่จำเป็นต้องไปเจาะจงใช้เอลเลียตหรอกครับ เอาแค่พอรู้ก็พอแล้ว เซียนหุ้นหรือแม้แต่ระดับเทรดเดอร์ที่มีพอร์ตระดับโลก หลายตอ่หลายคนก็ไม่ใช่เซียนนับคลื่นหรือเทพแห่งการนับอะไรขนาดนั้น บางคนก็พูดด้วยซ้ำว่าเอลเลียตเวฟนั้น มันยืดหยุ่นเกินไปและมันเป็นวิธีการที่สร้างมาเพื่อไม่ให้ตัวมันผิด คนผิดก็คือคนนับเวฟเองนั่นแหละ ซึ่งก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละบุคคล แต่สำหรับผมนั้นผมก็มีความเห็นว่ามันใช้ได้ครับ แต่มันก็มีความคลาดเคลื่อนประกอบในตัวของมันเอง และทฤษฎีนี้มันไม่มีจุดอ่อนให้คุณบอกว่ามันผิดหรอกครับ สิ่งสำคัญที่สุดในการลงทุนและเทรดคือ คุณต้องเข้าใจ จิตวิทยาและ การ Action ของราคา รู้ว่าเขากำลังจะทำอะไร ถึงเข้าไปเทรด หากหน้ามืดวิ่งเข้าไปแบบไม่รู้ไม่ชี้อะไรก็เหมือนการปิดตาวิ่งเข้าตลาดแหละครับ และสุดท้ายคุณก็คือเหยื่อชั้นดีในตลาดหุ้น ที่เนื้อหอมมีแต่คนมารุมล้อมเพื่อที่จะขโมยเงินจากกระเป๋าตังค์คุณไปแบบต่อหน้าต่อตา
โดยปกติการปรับตัวลงมาของราคานั้นจะมีรูปแบบทางจิตวิทยาเสมอ ซึ่งด้วยความเชื่อส่วนตัวผมจะมีความเชื่อว่าแท่งราคาและ Volume เป็นตัวที่จะดำเนินทิศทางไปในแนวโน้มเดียวกัน หากแท่งราคาปรับตัวลงมาเรื่อยๆ แล้ว volume เริ่มบางๆลงก็เป็นสัญญาณที่ดีที่ราคาจะเริ่มยืนสร้างฐานเหนือแนวรับ และเช่นเดียวกันหากแท่งราคาปรับตัวขึ้นแต่ Vol. ไม่เติมแบบนี้ก็มีโอกาสเสี่ยงที่ราคาจะย่อตัวพักแรงหลังจากปรับตัวขึ้นมา ที่สำคัญการคอยสังเกตการขัดแย้งของราคาและ indicator ก็เป็นสิ่งที่ต้องเกิดเสมอหากราคาจะเริ่มเปลี่ยนแนวโน้มจาก Bearish เป็น Bullish ทุกๆครั้งของการกลับตัวจะเกิดการ divergence และแท่งราคาก็จะเกิดลักษณะ reversal เมื่อราคาเกิดการ Divergence แล้วจะมีจังหวะที่ราคาหุ้นจะรีบาวด์ขึ้นไป แต่ทุกๆครั้งที่ราคาหุ้นปรับขึ้นหลังจากที่ปรับตัวลงมาสักพัก ราคาจะขึ้นไปแล้วจะย่อก่อนเสมอ เพื่อทำการทดสอบแนวรับซึ่งเป็นลักษณะการยกตัวตามรูปแบบ Dow Theory "ยก low และทำ high" ซึ่งเมื่อเกิดรูปแบบ Dow theory ราคาก็จะเกิดการสร้าง Pattern อาทิเช่น Head and shoulder pattern , W shape pattern ทุกๆ pattern จะสอดคล้องกับลักษณะ dow theory เสมอครับ
ผมกำลังตามดูหุ้นใน list นี้อยู่ และมีบางตัวที่เก็บสะสมไปแล้วครับ
JMART แนวต้าน 11 แนวรับ 10.6
TOP แนวต้าน 43.5 แนวรับ 42.5
DCON แนวต้าน 18.4/17.9 แนวรับ 17.6
BJC แนวต้าน 43.75 แนวรับ 42
GLOBAL แนวต้าน 12.6 แนวรับ 12.1
ROBINS แนวต้าน 48.5 แนวรับ 45
CPF แนวต้าน 30 แนวรับ 28.5
TAE แนวต้าน 4.60 แนวรับ 4.44
M แนวต้าน 60.5/59 แนวรับ 58
BA แนวต้าน 20.4 แนวรับ 19.8
IFEC แนวต้าน 15/14 แนวรับ 11.7/11.5
IVL แนวต้าน 22 แนวรับ 21.4
HMPRO แนวต้าน 8.8 แนวรับ 8.5/8.13
PLS แนวต้าน 20 แนวรับ 19
TTA แนวต้าน 21/20.7 แนวรับ 20
BJCHI แนวต้าน 35.25 แนวรับ 34
ICHI แนวต้าน 22.5 แนวรับ 20.7
TTCL แนวต้าน 28 แนวรับ 27.25

เครดิต
Niik Agapol Chamnanpanich‎
(ห้องคุยนักลงทุน)

สรุปข่าว หนังสือพิมพ์ทันหุ้น ฉบับวันที่ 18 พ.ย. 2557

สรุปข่าว หนังสือพิมพ์ทันหุ้น ฉบับวันที่ 18 พ.ย. 2557





AJDเบอร์1เซ็ตท็อปบ็อกซ์งานเสาอากาศคอนโดพันล.
AJD ขึ้นแท่นเบอร์ 1 Set Top Box "ฐากร ตัณฑสิทธิ์" ลั่นกรณีติดตั้งเสาร่วมเพื่อรับสัญญาณทีวีดิจิตอลโครงการคอนโดมิเนียม AJD สามารถทำได้ทันทีเชื่อมูลค่าโครงการนี้ 1-1.5 พันล้านบาท พร้อมชง คสช. อนุมัติออกคูปองส่วนเพิ่มล็อตต่อไป ด้านผู้บริหาร AJD จัดทัพลุยเต็มสูบ

MDXทำไฟฟ้ากับปตท.ศึกษาแตกพาร์พลิกกำไร
วงการชี้ MDX ได้ฤกษ์ผนึกกลุ่ม PTT ผุดโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมในพม่า 500 เมกะวัตต์ พร้อมถกบอร์ดแตกพาร์ เพิ่มสภาพคล่องดันผลงานพลิกกำไรร้อนแรง ส่วนปี 2558 งบทุบสถิติ หลัง EIA ปลอดล็อกขายที่ 700 ไร่ อัพราคาใหม่ 2.4 พันล้านบาท แถมญี่ปุ่นดอดเจรจาย้ายฐานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เข้าไทยเพียบโบรกเคาะเป้าใหม่ 18.00 บาท แนะ "ซื้อ" ดักข่าวดีแค่เอื้อม

EARTHโหวตรับTDRไต้หวัน ไฟเขียวออกหุ้นใหม่200ล้านหุ้น
ผู้ถือหุ้น EARTH พร้อมใจอนุมัติออกหุ้นใหม่ 200 ล้านหุ้น เพื่อรองรับ TDR และเข้าเทรดตลาดหุ้นไต้หวัน ในราคาไม่ต่ำกว่า 6.37 บาท "ขจรพงศ์ คำดี" เผยเตรียมนำเงินจากการระดมทุนสำรองไว้ซื้อเหมืองแห่งใหม่เพิ่มตามแผนธุรกิจที่ได้วางไว้

WHAฮุบHEMRAJ
WHA เทกโอเวอร์ HEMRAJ ตั้งโต๊ะทำเทนเดอร์ ในราคาหุ้นละ 4.50 บาท หวังเข้าถือหุ้นราว 51% บิ๊ก "นพ.สมยศ อนันตประยูร" ชี้หากดีลลุล่วง ดันรายได้-กำไรปีหน้าพุ่งเท่าตัว จากปี 2557 แถมจัดทัพรับเปิด AEC ขยายฐานปั๊มเงินเพิ่มฟาก "สวัสดิ์ หอรุ่งเรือง" อ้าแขนรับหลังราคาสมน้ำสมเนื้อโบรกดีดลูกคิดเคาะเป้าใหม่ WHA ที่ 60.00 บาท

'JMT' ปักธงกำไรโต50% เป้าพอร์ตNPLแตะ5หมื่นล.
JMT เล็งสอยหนี้ NPL จากสถาบันการเงินอีก 5 พันล้านบาทก่อนสิ้นปี 2557 หลังยอดหนี้ NPL ในตลาดยังพุ่งต่อเนื่องทั้งสินเชื่อบุคคลและสินเชื่อเช่าซื้อ คาดปีนี้มีพอร์ต NPL ในการบริหารไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาท มั่นใจกำไรสุทธิโต 50% ตามเป้า พร้อมลุยซื้อหนี้ NPL อีกกว่า 2 หมื่นล้านบาทในปี 2558 หวังดันกำไรสุทธิเติบโตอีก 20-30%

BECLลูกค้าหนุนรายได้เข้าเป้าเตรียมบุ๊กกำไรพิเศษกว่า300ล.
BECL มั่นใจปริมาณจราจรบนทางด่วนปีนี้สูงกว่า 1.1 ล้านเที่ยวต่อวัน หลังเดินหน้าขยายทางด่วนเส้นนอกเมืองเพิ่มมากขึ้นตามการขยายตัวของชุมชนเมือง คาดรายได้รวมปีนี้ยังเติบโตระดับ 5% ขณะที่กำไรปกติปีนี้ยังสดใสหลังเตรียมบุ๊กกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนอีกกว่า 300 ล้านบาท ในไตรมาส 4/2557 ด้านโบรกชี้เป้าหมาย 46.00 บาท ส่องผลไตรมาสสุดท้ายฟื้นตัว

EAอวดงบกระฉูด1,236%อ้าแขนรับรู้โรงไฟฟ้า90MW
EA ยักษ์ใหญ่พลังงานสีเขียว ประกาศงบไตรมาส 3/2557 สุดบรรเจิด กวาดรายได้กว่า 1.8 พันล้านบาท กำไรสุทธิ 372 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 1,236% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อานิสงส์รับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้านครสวรรค์ ขนาด 90 เมกะวัตต์เต็มเหนี่ยว "อมร ทรัพย์ทวีกุล" มั่นใจรายได้ในช่วงไตรมาส 4/2557 โตต่อเนื่อง หลังความต้องการไบโอดีเซลเพิ่มมากขึ้น ฟากโบรกแนะ "ซื้อ" เคาะเป้า 27 บาท

'PPM'โชว์กำไรQ3พุ่ง65%บอร์ดไฟเขียวตั้งบริษัทย่อย
PPM เผยผลงานไตรมาส 3/2557 กวาดกำไร 11.92 ล้านบาท พุ่งขึ้น 65.39% หลังเน้นบุกตลาดขายสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูง ด้านผู้บริหาร "ชำนาญ พรพิไลลักษณ์" ระบุที่คณะกรรมการมีมติไฟเขียวตั้งบริษัทย่อย "โซลาร์ พีพีเอ็ม" ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท ลุยธุรกิจพลังงานทางเลือก หวังปั้นรายได้เพิ่มในอนาคต

เปิดใจเสี่ยปู่ชอบ 'JSP' ชูจุดเด่นสำเพ็ง2จูงใจซื้อ
"เสี่ยปู่" เปิดใจซื้อหุ้น JSP ชี้เป็นหุ้นดีมีอนาคต มีความเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนอสังหา รายอื่น ยก "สำเพ็ง2" เป็นจุดเด่น กลุ่มเป้าหมายชัดเจน ตุนแบ็กล็อกรอบุ๊กรายได้ยาวนานถึง 2 ปี ด้านที่ปรึกษาทางการเงินตอกย้ำเป็นหุ้นที่มีการเติบโตดี มาร์จิ้นสูง พร้อมเผยตอนนี้จำนวนหุ้นไม่พอขาย เชื่อเปิดเทรดวันแรกกระแสตอบรับท่วมท้น

SPAซดรายได้เฉียด90ล.ชูไตรมาส4ไฮซีซันโตต่อ
SPA ปิดรายได้ไตรมาส 3 ที่ 89.8 ล้านบาท กำไร 9.5 ล้านบาท คาดไตรมาสสุดท้ายยอดสวย หลังเปิด Rooftop Spa เอาใจลูกค้าระดับไฮเอนด์ที่เดินทางเข้ามาพักผ่อนช่วงไฮซีซันแน่น พร้อมขานรับ AEC เดินหน้าเต็มสูบลงพื้นที่เพื่อนบ้านศึกษาข้อมูลจริง

PSTCโชว์9ด.พลิกทำกำไรทะยาน376%
บมจ.เพาเวอร์ โซลูชัน เทคโนโลยี หรือ PSTC โชว์ตัวเลข 9 เดือนกำไรพุ่ง 376% หลังความสามารถบริหารจัดการในธุรกิจออกแบบจำหน่ายและติดตั้งระบบจ่ายไฟฟ้าและตรวจวัดจัดการสภาพแวดล้อมที่สูงขึ้น แถมได้แรงหนุนจากธุรกิจพลังงานทดแทน ด้านผู้บริหารระบุแนวโน้มไตรมาส 4 เติบโตต่อเนื่อง

RMLโรดโชว์เซี่ยงไฮ้ธ.ค.นี้ขนโครงการเสนอรายใหญ่
RML เตรียมบินโรดโชว์เซี่ยงไฮ้เดือนธันวาคมนี้ หวังนำ 5 โครงการเด็ดนำเสนอลูกค้ารายใหญ่ พร้อมอวดกำไรไตรมาส 3/2557 พุ่ง 114% ที่ 361 ล้านบาท รายได้ทะลุ 2,000 ล้านบาท ส่วน 9 เดือน มีกำไรสุทธิ โต 114% ได้อานิสงส์จากยอดโอน 185 ราชดำริหนุนแถมยังตุนพอร์ตในมือกว่า 1.02 หมื่นล้านบาท กินยาวอนาคต

บลจ.มั่นใจหุ้นไทยสดใส เร่งเครื่องทริกเกอร์ลงทุน
ตลาดหุ้นไทยฉายแววสดใสชัดเจน ไร้ปัจจัยลบกดดัน บลจ.ได้ใจเร่งเครื่องออกทริกเกอร์ฟันด์ลุยลงทุน ด้าน บลจ.วรรณ ชี้ปัจจัยบวกหนุนหุ้นไทยไปได้สวย คาดดัชนีสิ้นปี 1,600 จุด มองหุ้นกลุ่มแบงก์ อสังหา ส่งออกน่าสน พร้อมตั้งเป้ากองทริกเกอร์ใหม่ 4% ใน 4 เดือน ด้านบลจ.ทหารไทย หันโฟกัสตลาดหุ้นญี่ปุ่น ออกกองทุนเจแปนทริกเกอร์ 8% รองรับความต้องการผู้ลงทุนหลัง 3 กองแรกวิ่งเข้าเป้า

'MTLS'เคาะ5.50บ.ชี้เป้าธุรกิจแข็งแกร่งจุดพลุเทรด26พ.ย.
MTLS เคาะขายไอพีโอ 5.50 บาทต่อหุ้น เปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 19-21 พฤศจิกายนนี้ ก่อนเข้าเทรดตลาดหลักทรัพย์ ในวันที่ 26 พฤศจิกายน มั่นใจขายเกลี้ยง! หลังเดินสายโรดโชว์นักลงทุนรายย่อย-สถาบัน ให้การตอบรับดีเยี่ยม มั่นใจศักยภาพ อนาคตโตต่อเนื่องเผยเตรียมนำเงินที่ได้ไปขยายสินเชื่อ-คืนหนี้สถาบันการเงิน ปักพอร์ตสินเชื่อทะลุ 2.5 หมื่นล้านบาท

BKIเล็งทยอยเก็บหุ้นเพิ่มปั้นยิลด์ลงทุนเฉลี่ย4.8%
กรุงเทพประกันภัย (BKI) สบช่องตลาดหุ้นสัญญาณดี เล็งเก็บหุ้นเข้าพอร์ตเพิ่มอีกราว 200-300 ล้านบาท หลังจากในไตรมาส 3 ตุนหุ้นไทยไว้ราว 500 ล้านบาท ชี้กลุ่มพลังงานยังน่าสนใจลงทุน จากทิศทางราคาน้ำมันตลาดโลกลดลง คาดปีนี้มีผลตอบแทนจากการลงทุนอยู่ในระดับ 4.8% ขณะเดียวกันเผยปีนี้ตัวเลขเบี้ยรับรวมอาจต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ เหตุรายได้จากการรับประกันภัยทรัพย์สินขนาดใหญ่และการรับประกันภัยต่อปรับตัวลดลง

AFETกางแผนงานปีมะแมก้าวขึ้นสู่แถวหน้าระดับสากล
ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย ปรับยุทธศาสตร์องค์กรใหม่ก้าวขึ้นสู่ทศวรรษที่ 2 ภายใต้ "AFET VISION 2020" ยกระดับ AFET ให้เป็นตลาดแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตรล่วงหน้าระดับสากล

'MC' โชว์รายได้9เดือนพุ่ง23%เร่งแตกแบรนด์ใหม่-งบQ4เริ่ด
MC เผย 9 เดือนแรกซดรายได้โต 23% หรือ 2.42 พันล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน "สุณี เสรีภาณุ" เร่งเครื่องธุรกิจเชิงรุก ขยายแบรนด์-เพิ่มจุดจำหน่ายสินค้า-สร้างทีมงานที่แข็งแกร่ง คอนเฟิร์มธุรกิจโตยั่งยืนแถมภาครัฐกระตุ้นเศรษฐกิจส่งกำลังซื้อฟื้นส่งยอดขายไตรมาส 4/2557 กระเตื้อง ฟากโบรกส่องกล้องงบไตรมาส 4/2557 เริ่ด เป้า 20.40 บาท

GLส่งซิกรายได้Q4ฟื้นรับธุรกิจกัมพูชาขยายตัว
บมจ.กรุ๊ปลีส โชว์งบกำไรไตรมาส 3/2557 ลดต่ำ จากปัจจัยตั้งสำรองเผื่อหนี้สูญในเกณฑ์สูงต่อเนื่องและบุ๊กค่าใช้จ่ายจากการควบรวมกิจการกับธนบรรณ พร้อมมั่นใจผลประกอบการผ่านพ้นจุดต่ำสุดแล้ว และจะเริ่มฟื้นตัวแรงต่อจากนี้ สอดรับกับเศรษฐกิจรากหญ้าของไทยฟื้นตัวและผลประกอบการจากบริษัทย่อยในกัมพูชาขยายตัวอย่างก้าวกระโดด

'THANI' กำไรปีม้าสุดแกร่งลุ้นสินเชื่อปี58สูง1.4หมื่นลบ.
THANI มั่นใจกำไรปี 2557 สดใส แม้ยอดปล่อยสินเชื่อไม่ร้อนแรงหลังตลาดรถบรรทุกชะลอตัว คาดพอร์ตสินเชื่อรวมยังอยู่ในระดับใกล้เคียง 3 หมื่นล้านบาท ลุ้นยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ปีหน้าพุ่งสูงกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท ด้านโบรกส่องพื้นฐาน แข็งแกร่ง คาดครึ่งปีหลังตั้งสำรองลดลงหลัง NPL เริ่มนิ่ง ประเมินกำไรทั้งปี 815 ล้านบาท ชี้เป้า 4.49 บาท

BLSเปิดตัว'Bualuang iAlgo'ชงสูตรบริหารความเสี่ยงลงทุน
นายบรรณรงค์ พิชญากร กรรมการผู้จัดการกิจการค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวนวัตกรรมการลงทุน "Bualuang iAlgo" ซึ่งเป็นระบบส่งคำสั่งซื้อขายหุ้นอัตโนมัติด้วยชุดคำสั่งคอมพิวเตอร์ (Algorithmic Order) เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถกำหนดหรือสร้างเงื่อนไขในการส่งคำสั่งในรูปแบบต่างๆ เพื่อล็อกทำกำไร จำกัดความเสี่ยง กำหนดจุดตัดขาดทุน โดยเปิดให้ลูกค้าใช้บริการส่งคำสั่งได้ด้วยตนเองทางอินเตอร์เน็ตหรือผ่าน ผู้แนะนำการลงทุนได้แล้ววันนี้


เครดิต
Wasana Kittipornnont
(ห้องคุยนักลงทุน)

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย Set index

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย Set index




Set index ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลง -6.81 จุด โดยปิดที่บริเวณ 1569.07 ด้วยปริมาณการซื้อขาย 40,451 ล้านบาท ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงหลังจากตลาดกังวลตัวเลข GDP ของประเทศญี่ปุ่นที่ออกมาน้อยกว่าคาดการณ์ หลังจากการมีนโยบายการเพิ่มภาษีของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นออกมา โดยตลาดหุ้นในตลาดเอเชียมีการปรับตัวลดลงเกือบทั้งภูมิภาค หุ้นในกลุ่ม TIP โดยมีประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดนิเซีย ก็ต่างมีลักษณะแกว่งตัวออกข้างและปรับตัวลดลง

โดยตลาดหุ้น Jakata Composite ของอินโนิเซียปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย +4.45จุด ที่บริเวณ 5053.94 ตลาดหุ้น Pse Composite ของฟิลิปปินส์ปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น +12.38 จุด ที่บริเวณ 7229.72 โดยรวมแล้วตลาดหุ้นไทยยังไร้ปัจจัยหนุนชัดเจนจึงทำให้ตลาดยังคงแกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1591-1520

มองแนวโน้ม Set index มองแนวต้านที่ 1580/1575 แนวรับ 1567/1556 โดยหากดัชนีปรับตัวลดลงแล้วสามารถหลุดกรอบแนวรับที่ 1556 ได้จะเป็นการทำลักษณะปิด Gap ทางเทคนิค บ่งชี้แนวโน้มปรับตัวลงอีก 35 จุดโดยประมาณโดยมองแนวรับสำคัญหาก index หลุด 1556 ได้ที่บริเวณ 1520

เพิ่มเติมราคาทองคำ มองกรอบแนวต้านทางเทคนิคที่ 1202 แนวรับที่ 1177/1160 แนวโน้มราคาทองคำยังคงเป็นรูปแบบของการรีบาวด์ ปัจจัยกดดันและปัจจัยหนุน เริ่มมีเข้ามาชัดเจนจากปัจจัยของราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงมากที่สุดในรอบ 4 ปีที่เริ่มมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงยังมีปัจจัยของรัสเซียที่เข้ามาซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องโดยทั้งนี้รัสเซียได้ซื้อทองคำ 55 ตันในช่วงที่ผ่านมา และการอ่อนค่าของค่าเงิลดอลลาร์สหรัฐ แต่ทั้งนี้ความเชื่อมั่นของราคาทองก็ยังคงอยู่ในระดับกลางๆ รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐก็ดูดีขึ้น จึงเป็นปัจจัยกดดันทำให้ราคาของทองคำหลังจากมีแนวโน้มเด้งขึ้นมามีโอกาสปรับตัวลงค่อ แนวโน้มทองคำในระยะสั้นๆยังคงมองขึ้นมาเพื่อย่ออีกสักครั้งถึงแม้จะยังคงมีปัจจัยบวกเข้ามาเพิ่มเติม แต่ทั้งนี้ก็ยังคงมองราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบ 1202-1130 ครับ


เครดิต
Niik Agapol Chamnanpanich‎
(ห้องคุยนักลงทุน)

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับการเล่นหุ้นแบบ Day Trade

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับการเล่นหุ้นแบบ Day Trade

1 อย่าเทรดหุ้นตัวที่คึกคักที่สุด 
กฏข้อนี้อาจดูแปลกๆ แต่ลองคิดดูสิว่าเราจะเจออะไรบ้างในสนามที่มีการแข่งขันสูง Day Trade ที่เก่งๆ ก็กำลังจับตามองมันอยู่เหมือนกัน ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยเราควรจะเทรดหุ้นตัวที่รองลงมาในหุ้นกลุ่มนั้นๆ แทน

2 อย่าเทรดในช่วงเวลาอันตราย
การขาดทุนส่วนใหญ่เกิดจากการเทรดในช่วง 11.30 - 14.30 น. ในขณะที่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเทรด คือ 2 ชั่วโมงแรกหลังเปิดตลาด ในช่วงเวลาอันตรายนั้นปริมาณการซื้อขายมักจะต่ำ และ Market Maker มักจะไม่ค่อยซื้อขายมากในช่วงเวลานี้ ส่วนการขาย Short นั้นมักจะครึกครั่กในช่วงเวลา 11.30 - 13.00 น. สำหรับหุ้นที่ทำ New High สูงกว่าเดิม และ New Low ต่ำกว่าเดิม เพราะ Market Maker มักจะเสนอราคาซื้อที่ต่ำลงเพื่อกดราคา และไล่คนที่ทนไม่ไหวออกไปพักทานมื้อเที่ยง และกลับมาซื้อใหม่ในช่วงบ่ายแทน

3 อย่าขาดทุนแบบมีเหตุผล
เหตุผลเดียวในการที่คุณจะซื้อหุ้น คือ คุณคิดว่านักลงทุนรายอื่นซื้อหุ้นตัวนั้น ในตอนนั้น ถ้าหากว่าคุณมอง Trend ผิด และมีคนขายมากกว่าคนซื้อ ให้ขายหุ้นตัวนั้นทิ้งทันที ***เน้นย้ำ ขายทิ้งทันที*** ตลาดไม่เคยสนใจกับพื้นฐานของหุ้น รายได้ หรืออัตรา และสัดส่วนต่างๆ ในเวลาสั้นๆ ที่คุณถือหุ้นอยู่หรอก ดังนั้นถ้าคุณพลาดยอมรับความพ่ายแพ้เล็กๆบ้าง เพื่อให้เกิดการขาดทุนน้อยที่สุด


4 อย่าสับสนระหว่าง Day Trade และ Value Investor
นี่คืออุปสรรคสำคัญที่นักลงทุน Day Trade ส่วนใหญ่ไม่สามารถข้ามไปได้
ถ้าการเทรดของคุณ คือ การเข้าไปซื้อหุ้นแล้วถือไว้ไม่กี่นาที หรือแค่ไม่กี่ชั่วโมงล่ะก็ คุณก็ไม่ต้องไปสนใจกับ ”คลื่นแทรก” ต่างๆ เช่น การจัดอันดับโดยนักวิเคราะห์ เส้นค่าเฉลี่ย 30 วันเป็นอย่างไร หรือว่าแนวรับแนวต้านของ 2 เดือนที่ผ่านมาอยู่ตรงไหน คุณจะทำกำไรจากความรุนแรงจากการเคลื่อนไหวของราคาเท่านั้น อย่าถือหุ้นที่ทำให้คุณขาดทุน แล้วคุณก็ถือไว้โดยหวังว่า ”สักวันมันจะฟื้นคืนชีพเหมือนผีดิบ” เพราะนั่น คือ หนทางที่จะนำมาสู่การสูญเสียครั้งใหญ่หลวง หากว่าหุ้นกำลังลงแล้วหยุดที่ระดับหนึ่งพร้อมๆ กับแรงขายที่หมดลงแล้ว จึงควรจะถือหุ้นนั้นต่อ


5 อย่าต่อต้านแนวโน้ม
นักลงทุนที่เล่นหุ้นแบบ Day Trade ที่ประสบความสำเร็จได้ เราต้องเข้าใจ และทำกำไรจาก Trend จงเพิ่มความใส่ใจ และสมาธิของคุณไปอีกอย่างน้อยสี่เท่าจากเดิม และให้แน่ใจว่าคุณอ่าน Bid / Offer เป็น (คือดูแรงซื้อขายออก ว่าราคาจะไปในทิศทางไหน) และสิ่งที่สำคัญมากๆ คือ สนใจหุ้นเฉพาะไม่กี่ตัวที่เรารู้จักดี เช่น ใครคือเจ้าที่คุมตัวนี้ แก็ปราคาอยู่ที่เท่าไหร่ ช่วงราคาของวันประมาณเท่าไหร่


6 หลีกเลี่ยงคำแนะนำหุ้นราคาถูก
พยายามหลีกเลี่ยงคำแนะนำในการซื้อหุ้นจากห้องสนทนาทั่วไป หรืออย่าไปทำตามคนหมู่มาก การรียนรู้เพื่อเป็นมืออาชีพนั้น คือ การอ่านหนังสือ หรือแหล่งข้อมูลต่างๆ แล้วดึงเกร็ดความรู้ สาระสำคัญออกมาประยุกต์ใช้ ยิ่งคุณดึงประสิทธิภาพที่ได้รับจากภูมิความรู้มากขึ้นเท่าไหร่ คุณจะพบว่าผลตอบแทนคุ้มค่ากว่าคำแนะนำในการซื้อหุ้นจากห้องสนทนาทั่วไปเสียอีก


7 ล้มเหลวที่จะเรียนรู้จากความผิดพลาด
ถามคำถามกับตัวเองบ้าง เช่น วันนี้ตลาดสอนอะไรให้เราบ้าง?
หุ้นตัวไหนที่เราทำกำไรได้ดีสม่ำเสมอๆ เพราะอะไร?
ทำไมเราถึงขาดทุนจากการเทรดครั้งนี้ และจะทำอะไรได้บ้างเพื่อให้การขาดทุนน้อยลง?
ทำยังไงถึงจะสร้างลักษณะการลงทุนที่ทำกำไรให้เราได้?


เครดิต
นกเอี้ยง แดนใต้
(ห้องคุยนักลงทุน)