ย่อก่อน เพื่อสร้างฐาน

ย่อก่อน เพื่อสร้างฐาน


     index มองแนวต้าน 1586 แนวรับ 1573/1571 จะเห็นได้ว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา index เริ่มแกว่งในกรอบ (+/- 10 จุด) โดยประมาณ แสดงถึงความอ่อนแอของตัวดัชนี อันที่จริงตามการวิเคราะห์ของผมในก่อนหน้านี้ก็มองตลาดควรจะพักตัวก่อนซึ่งเป็นสิ่งที่ดี เพราะตลาดพยายามฝืนมากเกินไป ซึ่งดูได้จากการไม่ยกตัวของ Leading indicator อย่าง RSI ซึ่งเกิด Bearish Divergenceที่ขัดแย้งกับ Trend ราคาไปก่อนแล้ว ซึ่งลักษณะแบบนี้จะเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าตลาดถึงแม้จะสามารถ Break 1600 ไปได้แต่ก็ยังมีโอกาสที่จะวกกลับลงมาเนื่องจากการอ่อนแรงของแรงซื้อ (ฺBull Trap) ตลาดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาก็เป็นสัญญาณเตือนรูปแบบหนึ่งโดยปกตินักเทคนิคมักจะเรียกว่าการปรับฐานโดยออกข้าง และสิ่งที่น่าสนใจคือแท่งราคาทำรูปแบบ Reversal อย่างต่อเนื่องจนมาสรุปให้เราได้เห็นวันนี้ว่าเกิดการพักตัวของแนวโน้มระยะสั้น แต่สิ่งที่นักเทคนิคส่วนใหญ่ไม่ค่อยพูดต่อนั่นก็คือ "ควรระวังวันที่ตลาดเปิดกระโดดใน TF ย่อย " (TF ย่อย = กราฟระดับ 15 นาที)

ปกติผมมักจะไม่ค่อยได้ยินนักวิเคราะห์ทางเทคนิคพูดเรื่องนี้สักเท่าไร วันนี้ในช่วงตลาดเช้าผมก็นั่งดูตลาดกับเพื่อน เพื่อนผมเอากราฟมาให้ผมดูว่าตลาดเปิดแบบนี้จะเป็นยังไง สิ่งเดียวที่ผมคิดได้คือ "ตลาดเปิด high กระโดดใน TF ย่อย แล้วหากลงมาปิดได้ก็ชิ่งตัวใครตัวมัน" แน่นอนว่าหากเกิดการปรับตัวลงมาปิด gap ได้สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ จะเกิดรูปแบบการปรับตัวลงในจังหวะแรกที่ 1593 (ลองวัดดูได้ครับ ในที่นี้ผมใช้กราฟ 15 นาที วัดจากจุดที่เกิด gap บริเวณ 1598 โดดขึ้นไปทำ high ที่ 1603 โดยประมาณก็ 5 จุด หากปิด gap ได้ก็ลงมาอีก 5 จุด ก็แถวๆ 1593 ) บริเวณ 1593 เมื่อราคาลงมาแล้วเกิดการรีบาวด์ขึ้นไปอีกครั้ง และไม่เกิดการทำ high ใหม่แบบนี้ตรงนี้คือ สิ่งยืนยันว่าตลาดจะเริ่มกลับหัวลงและมีน้ำหนักที่จะมีโอกาสหลุด 1593

โดยสรุปแล้ว ผมยังไม่ได้มองตลาดแลวร้ายอันใด index ลงมาจะมีจังหวะรีบาวด์ให้อีกรอบโดยมองกรอบ 1600-1560 วางกลยุทธ์ไว้ครับโดยมองหุ้นในมือรายๆตัวไปว่าเริ่มมีรูปแบบและสัญญาณเลวร้ายหรือยัง แต่สิ่งหนึ่งที่ย้ำเตือนเราให้ได้คิดก็คือ เมื่อมีโอกาสทำกำไรจงทำ ! ในที่นี้ผมก็ยังคงถือหุ้นบางตัวไว้อยู่ไม่ได้ขายหมดแต่อย่างใด การอ่อนตัวของตลาดก็เป็นไปตามกลไกของจิตวิทยาราคา เมื่อหมดแรงซื้อก็มีแรงขาย การขยับจุด stop loss ก็เป็นสิ่งที่ควรจะทำเสมอเวลาเราทำการ let's profit run ของราคาครับ


เครดิต
Niik Agapol Chamnanpanich‎
(ห้องคุยนักลงทุน)

"HOW TO MAKE MONEY IN STOCKS"

"HOW TO MAKE MONEY IN STOCKS"
นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่เคยผ่านด่านแรกได้เลยเพราะพวกเขาไม่ใช้หลักเกณฑ์ที่ดีในการคัดสรรหุ้น พวกเขาไม่รู้ว่าอะไรที่ควรต้องมองหาเพื่อที่จะได้พบกับหุ้นที่ประสบความสำเร็จ ดังนั้นพวกเขาจึงซื้อแต่หุ้นปลายแถวประเภท"ไม่มีอะไรควรค่าที่จะเอ่ยถึง" ซึ่งจะทำผลงานในตลาดได้ไม่ดีและไม่ใช่ผู้นำตลาดอย่างแท้จริง นิสัยการลงทุนของคนส่วนใหญ่ที่แย่ไปกว่าการซื้อหุ้นที่ไม่มีค่าควรเอ่ยถึงอีกก็คือ การขยันถัวขาลง หากคุณซื้อหุ้นที่ 40 บาท ต่อมาคุณไปถัวขาลงซื้อเพิ่มที่ 30 บาท คุณจะได้ต้นทุนเฉลี่ยที่ 35 คุณกำลังจะทำให้การขาดทุนของคุณมันยิ่งแย่ลงไปอีก ด้วยการเอาแต่ใส่เงินที่ดีไปตามหลังเงินที่แย่ กลยุทธ์แบบมือสมัครเล่นแบบนี้จะส่งผลกระทบให้คุณมีโอกาสขาดทุนอย่างหนัก และไม่นานมันจะลดระดับคุณไปสู่กลุ่มพวกผู้แพ้อย่างยับเยิน
นักเก็งกำไรมือใหม่เกือบทุกคนมองตลาดหุ้นว่าง่าย บางคนมีอีโก้หน่อยก็คิดว่าตัวเองแน่ เชื่อเถอว่าถึงแม้คุณจะสำเร็จในหน้าที่การงานบางครั้งหากคุณผันตัวเดินเข้ามาในตลาดหุ้นจากที่คุณเป็นผู้ชนะมาตลอดคุณอาจจะเป็นผู้แพ้อย่างยับเยิน นักเก็งกำไรมือใหม่ต้องการที่จะทำกำไรมหาศาลจากการเทรดแบบง่ายๆ พวกเขาต้องการมากเกินไป เร็วเกินไป โดยไม่ได้มีศึกษาและการเตรียมตัวมาก่อนเลย ไม่มีแม้ปรัชญา ไม่มีแม้แต่แนวทาง พวกเขากำลังมองหาวิธีที่ง่าย ที่จะทำเงินก้อนโตโดยไม่ลงทุนเวลาและความพยายามอย่างแท้จริงเพื่อที่จะเรียนรู้ในสิ่งที่พวกเขากำลังจะทำ...
ที่สำคัญคือ นักลงทุนส่วนมากไม่สามารถที่จะหาข้อมูลและคำแนะนำที่ดีได้ หลายๆคนเมื่อพวกเขาได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องมา ก็มักจะไม่ตระหนักหรือทำตามสิ่งที่ได้รับ เพื่อนๆทั่วไป โบรกเกอร์ หรือผู้ให้คำแนะนำด้านการลงทุนสามารถที่จะเป็นแหล่งของคำแนะนำที่จะทำให้คุณขาดทุนได้ มันมักจะมีส่วนน้อยมากๆของเพื่อนของคุณ โบรกเกอร์ หรือแม้แต่ผู้ให้คำปรึกษาทางการลงทุนที่ประสบความสำเร็จจากการเทรดในตลาด อย่ามั่นใจและให้ความสำคัญกับบุคคลเหล่านี้มากเกินไป บางทีเขาก็อาจจะไม่ได้ก่งกว่าคุณเลยด้วยซ้ำไป นักลงทุนที่ยังขาดทักษะมักจะดึงดันถือสถานะขาดทุนของพวกเขาเอาไว้ ในช่วงที่การขาดทุนยังไม่มากและยังพอรับไหวอยู่ พวกเขาสามารถที่จะออกมาได้โดยที่อาจจะขาดทุนไม่มากนัก แต่ด้วยความที่มีอารมณ์อยู่เหนือเหตุผลพวกเขาจะเฝ้ารอและเอาแต่คาดหวังว่าราคามันจะกลับขึ้นมาอีกครั้ง เฝ้ารอไปจนกระทั่งพวกเขาขาดทุนมากขึ้นๆเรื่อยๆ และเมื่อพวกเขารู้ตัวว่าต้องหนีออกมาเสียที่พวกเขาก็พึ่งจะรู้ตัวว่าพวกเขาจ่ายแพงไปเสียแล้ว

เครดิต
Niik Agapol Chamnanpanich‎
(ห้องคุยนักลงทุน)